ทีวีในห้องนั่งเล่นกำลังเกิดการปฏิวัติอย่างเงียบๆ ไม่ได้เป็นเพียงสี่เหลี่ยมสีดำสำหรับรับชมรายการอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นชิ้นส่วนของเครื่องประดับตกแต่ง เป็นผืนผ้าใบดิจิทัลที่แสดงผลงานศิลปะเมื่อไม่ได้ใช้งาน ประเภท "ทีวีศิลปะ" นี้ ซึ่งริเริ่มโดย The Frame ของ Samsung ได้รับการเติบโตอย่างรวดเร็วในขณะที่ผู้บริโภคแสวงหาการผสมผสานเทคโนโลยีกับการออกแบบตกแต่งภายใน ตอนนี้ ผู้เล่นรายใหญ่กำลังก้าวเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ LG ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ Gallery TV ของพวกเขาแล้ว ซึ่งเป็นทีวีที่เน้นการออกแบบและใช้เทคโนโลยี mini-LED ซึ่งกำหนดจะเปิดตัวในงาน CES 2026 นับเป็นการท้าทายโดยตรงต่อความโดดเด่นของ Samsung ในตลาดเฉพาะทางที่เน้นสไตล์นี้
LG เปิดตัว Gallery TV ในฐานะทางเลือกที่เน้นการออกแบบเป็นอันดับแรก
LG ได้ประกาศเข้าสู่สนามทีวีศิลปะด้วยการเปิดตัว Gallery TV ออกแบบมาเพื่อติดตั้งชิดผนังได้อย่างแนบสนิท โดยทีวีมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนจากหน้าจอให้กลายเป็นชิ้นส่วนของงานศิลปะบนผนังที่ไร้รอยต่อเมื่อไม่ได้ใช้งาน การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงถึงการก้าวเข้ามาอย่างจริงจังที่สุดของ LG ในหมวดหมู่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีคู่แข่งอย่าง Hisense และ TCL ที่ได้นำเสนอแนวทางของตัวเองออกมาก่อนแล้ว Gallery TV นี้มีความแตกต่างจากซีรีส์ G ระดับไฮเอนด์ของ LG โดยวางตำแหน่งตัวเองสำหรับ "ผู้บริโภคที่ใส่ใจการตกแต่งภายใน" ซึ่งให้ความสำคัญกับสุนทรียภาพควบคู่ไปกับประสิทธิภาพ
รายละเอียดสเปคและคุณสมบัติ: Mini-LED, หน้าจอด้าน และการประมวลผลด้วย AI
ภายใต้ความทะเยอทะยานทางศิลปะของ Gallery TV คือรายละเอียดทางเทคนิคสำคัญหลายประการ LG เลือกใช้แผงแสดงผล mini-LED ความละเอียด 4K ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ให้ความสว่างและคอนทราสต์สูง ในขณะที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องภาพติด (burn-in) ที่อาจเกิดขึ้นกับเทคโนโลยี OLED ในการแสดงภาพนิ่ง คุณสมบัติที่กำหนดลักษณะเฉพาะคือการเคลือบหน้าจอด้านพิเศษ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อลดแสงสะท้อนและลดการเกิดเงาสะท้อน สร้างลักษณะที่ดูเหมือนผืนผ้าใบมากขึ้น ประสบการณ์การใช้งานนี้ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ α7 AI ระดับกลางของ LG ซึ่งจัดการการปรับแต่งภาพและระบบเสียง AI Sound Pro สำหรับประสบการณ์เสียงรอบทิศทางเสมือน 9.1.2 แชนเนล
ข้อมูลจำเพาะหลักของ LG Gallery TV:
- เทคโนโลยีจอแสดงผล: 4K Mini-LED
- พื้นผิวหน้าจอ: ด้านเคลือบกันแสงสะท้อน
- โปรเซสเซอร์: LG α7 AI Processor
- ระบบเสียง: AI Sound Pro (เสมือน 9.1.2 ช่อง)
- ขนาด: 55 นิ้ว, 65 นิ้ว
- บริการศิลปะ: LG Gallery+ (ผลงานศิลปะกว่า 4,500 ชิ้น, แบบสมาชิก)
- การปรับแต่ง: กรอบแม่เหล็ก (สีขาวมาตรฐาน, สีไม้เป็นตัวเลือก)
- โหมดพิเศษ: Gallery Mode พร้อมการปรับแสงแวดล้อม
บริการศิลปะ Gallery+ และตัวเลือกการปรับแต่ง
หัวใจสำคัญของประสบการณ์ทีวีศิลปะคือเนื้อหาที่แสดงบนหน้าจอ LG กำลังใช้ประโยชน์จากบริการ Gallery+ ของตน ซึ่งเปิดตัวก่อนหน้านี้ในปี 2025 โดยให้การเข้าถึงคลังผลงานศิลปะกว่า 4,500 ชิ้น ฉากภาพยนตร์ ภาพจากเกม และแอนิเมชัน โดยมีเนื้อหาใหม่เพิ่มเข้ามาทุกเดือน คล้ายกับ Art Store ของ Samsung การเข้าถึงคลังนี้แบบเต็มรูปแบบจำเป็นต้องมีการสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน ซึ่งคาดว่าจะมีราคาประมาณ 5 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือน แม้ว่าจะมีระดับฟรีที่มีข้อจำกัดให้ใช้งานด้วย ผู้ใช้ยังสามารถแสดงรูปภาพส่วนตัวหรือแม้แต่ภาพที่สร้างจาก AI ได้อีกด้วย ทีวีจะมาพร้อมกรอบสีขาวมาตรฐาน โดยมีกรอบแม่เหล็กเสริม เช่น แบบสีไม้ ให้เลือกซื้อเพิ่มเติมในราคาเพิ่ม
คุณสมบัติสมาร์ทและโหมด Gallery สำหรับประสบการณ์ที่สมจริง
LG ได้พัฒนาโหมด Gallery โดยเฉพาะผ่านการร่วมมือกับภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การชมศิลปะ โหมดนี้จะปรับสี ความสว่าง และพื้นผิวของภาพอย่างชาญฉลาดเพื่อเลียนแบบลักษณะของงานศิลปะต้นฉบับบนผืนผ้าใบจริงได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เซ็นเซอร์ของทีวียังจะปรับการแสดงผลตามสภาพแสงแวดล้อมตลอดทั้งวัน เพื่อเติมเต็มศิลปะทางสายตา ผู้ใช้สามารถเพิ่มเพลงพื้นหลังจากแทร็กที่จับคู่กับอารมณ์ในตัว หรือสตรีมเพลย์ลิสต์ของตัวเองผ่าน Bluetooth โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศแกลเลอรีที่หรูหราภายในบ้าน
บริบทตลาด ความพร้อมจำหน่าย และรายละเอียดที่ยังรอการเปิดเผย
การประกาศครั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันแบบตัวต่อตัวในตลาดทีวีศิลปะในงาน CES 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 ถึง 9 มกราคม ในสหรัฐอเมริกา การเข้ามาของ LG มีความสำคัญในฐานะที่เป็นการท้าทายจากหนึ่งในแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม Gallery TV จะวางจำหน่ายในขนาด 55 นิ้ว และ 65 นิ้ว เป็นรุ่นเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม รายละเอียดสำคัญยังคงไม่เป็นที่ทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาอย่างเป็นทางการและวันที่วางจำหน่ายที่ชัดเจน คาดว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูกเปิดเผยระหว่างงาน CES ซึ่งผู้บริโภคและนักวิจารณ์จะได้เห็นว่าผลงานของ LG นั้นเปรียบเทียบกับ The Frame ที่มีชื่อเสียงและคู่แข่งรายอื่นๆ ทั้งในด้านการออกแบบและมูลค่าได้อย่างไร
