ในขณะที่ความต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงจากกระแส AI ยังคงกดดันห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ตลาดการ์ดจอสำหรับผู้บริโภคกำลังเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีรายงานใหม่ชี้ว่า NVIDIA ผู้ครองตลาด GPU กำลังเตรียมลดกำลังการผลิตชิปกราฟิกซีรี่ย์ล่าสุด GeForce RTX 50 ลงอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้ชิ้นส่วนที่ได้รับความนิยมเหล่านี้หายากขึ้นในปีถัดไป
แก่นของข่าวลือ: การลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่
จากรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะในฟอรัม Chinese Board Channel ระบุว่า NVIDIA วางแผนจะลดปริมาณการผลิตการ์ดจอ RTX 50 ซีรี่ย์ลงอย่างมีนัยสำคัญ ขนาดของการลดกำลังผลิตคาดว่าอยู่ที่ 30% ถึง 40% สำหรับการส่งมอบในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 การตัดสินใจครั้งนี้รายงานว่าเป็นปฏิกิริยาโดยตรงต่อปัญหาการขาดแคลน DRAM ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่ใช้ทั้งใน RAM ของระบบและ VRAM บนการ์ดจอ แม้ว่า NVIDIA ไม่น่าจะขึ้นราคา GPU ในทันที แต่การลดกำลังผลิตนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อจัดการกับห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัวและสร้างความมั่นคงให้กับพาร์ทเนอร์
รายงานการลดกำลังการผลิต:
- ขนาด: ลดอุปทานชุด RTX 50 ลง 30% ถึง 40%
- ช่วงเวลา: วางแผนสำหรับไตรมาสแรก / ครึ่งแรกของปี 2026
- สาเหตุหลัก: การขาดแคลนหน่วยความจำ DRAM ในระยะยาว
แรงขับเคลื่อนหลัก: "ซูเปอร์ไซเคิล" ของหน่วยความจำและความต้องการจาก AI
สาเหตุรากฐานของปัญหาการขาดแคลนที่อาจเกิดขึ้นนี้ มาจากสิ่งที่ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมเรียกว่า "ซูเปอร์ไซเคิล" ของหน่วยความจำ ผู้ผลิตอย่าง Samsung และ SK Hynix รายงานว่าจัดสรรกำลังการผลิต DRAM และ NAND แฟลชรุ่นล่าสุดส่วนใหญ่ไปเพื่อตอบสนองคำสั่งซื้อสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ กระแสบูมของ AI นี้ได้สร้างแบ็กล็อกขนาดมหึมา โดยคาดว่าปัญหาการขาดแคลนจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027 หรือแม้แต่ 2028 ผลกระทบลูกโซ่กำลังมาถึงตลาดผู้บริโภคแล้ว ส่งผลต่อทุกอย่างตั้งแต่สมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป ไปจนถึงการ์ดจอซึ่งเป็นจุดสำคัญ การตัดสินใจของ NVIDIA ที่จะติดตั้งหน่วยความจำ GDDR7 ล่าสุดใน RTX 50 ซีรี่ย์ แม้จะเป็นประโยชน์ต่อประสิทธิภาพ แต่ก็ทำให้ GPU เหล่านี้มีความเสี่ยงเป็นพิเศษต่อแรงกดดันจากห่วงโซ่อุปทาน
บริบทของปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำ:
- สาเหตุ: ความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ที่ดูดซับการผลิต DRAM/NAND ขั้นสูงส่วนใหญ่ไป
- ระยะเวลา: คาดว่าปัญหาขาดแคลนจะดำเนินต่อไปจนถึงปี 2027-2028
- ผลกระทบในวงกว้าง: ส่งผลต่อสมาร์ทโฟน แล็ปท็อป และอาจรวมถึงราคาของคอนโซลรุ่นใหม่ที่จะมาถึงอย่าง Nintendo Switch 2
ผลกระทบต่อตลาด: ความขาดแคลนและการเปลี่ยนกลยุทธ์
หากการลดกำลังผลิตนี้เกิดขึ้นจริง ผลที่ตามมาสำหรับเกมเมอร์และผู้ประกอบคอมพิวเตอร์อาจรุนแรง รายงานระบุว่าโมเดล RTX 50 บางรุ่น โดยเฉพาะ RTX 5070 Ti และ RTX 5060 Ti ที่มาพร้อม VRAM 16GB อาจหายากได้เกือบเท่าช่วงเปิดตัว ซึ่งจะทำให้การอัปเกรดไปใช้ GPU รุ่นใหม่ในปี 2026 เป็นเรื่อง "แทบจะเป็นไปไม่ได้" สำหรับหลายคน ตามคำบอกเล่าของแหล่งข่าวหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์นี้อาจบังคับให้ NVIDIA ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ มีข่าวลือว่าบริษัทอาจเลื่อนหรือแม้แต่ยกเลิกซีรี่ย์รีเฟรช RTX 50 SUPER ที่วางแผนไว้ ซึ่งคาดว่าจะนำโมเดลที่มีความจุ VRAM สูงขึ้น เช่น 18GB และ 24GB ออกสู่ตลาดในปี 2026
ผลกระทบต่อรุ่นเฉพาะ: รายงานชี้ให้เห็นว่าการลดกำลังการผลิตอาจส่งผลกระทบต่อรุ่นระดับกลางเป็นพิเศษ ได้แก่: GeForce RTX 5070 Ti GeForce RTX 5060 Ti ทั้งสองรุ่นเป็นการ์ดที่มี VRAM 16GB ซึ่งหน่วยความจำถือเป็นส่วนประกอบที่มีต้นทุนสูงของผลิตภัณฑ์
แนวโน้มของอุตสาหกรรมในวงกว้าง
NVIDIA ไม่ได้เผชิญกับความท้าทายเหล่านี้เพียงลำพัง รายงานระบุว่า AMD ก็คาดว่าจะตอบสนองต่อต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นเช่นกัน อาจโดยการขึ้นราคา GPU ของตัวเองในระดับปานกลาง เริ่มต้นในต้นปี 2026 ปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำกำลังทำให้เกิดการปรับสมดุลใหม่ทั่วทั้งอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยบริษัทอย่าง Micron ได้ประกาศถอนตัวจากธุรกิจ DRAM สำหรับผู้บริโภคหลังจากทำมาหลายทศวรรษ สำหรับผู้บริโภค คำแนะนำจากนักวิเคราะห์ชัดเจน: ช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี 2025 นี้ อาจเป็นหน้าต่างสุดท้ายของความพร้อมจำหน่ายและราคาที่ค่อนข้างคงที่สำหรับการ์ดจอประสิทธิภาพสูง ก่อนที่ผลกระทบเต็มรูปแบบจากปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำจะเข้าถึงตลาดค้าปลีก
